2005/Sep/15


เมื่อวานออกจาก office ตั้งแต่หกโมงครึ่ง
ฝนยังตกพรำๆ เจอน้ำท่วมหลายบริเวณที่ปกติไม่เคยท่วม
ยังดีที่รถไม่ติดมาก ไหลไปได้เรื่อยๆ แต่ฝั่งกลับกันติดเหมือนเมื่อเช้า
ถึงบ้านแบบไม่เครียดแม้จะใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมง
ปกติไม่เกินชั่วโมงก็ถึงบ้านแบบสบายใจแล้ว
ทำไงได้..ช่วงนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจ รถติดก็ต้องทนเอา
><

สี่ทุ่มครึ่งโทรหาเธอ คุยกันไปชั่วโมงเต็มๆ
คุยกันตั้งแต่เรื่องงาน ฉันไม่เห็นด้วยที่หัวหน้าเธอไม่ทำงาน
แล้วเธอต้องคอยตาม clear งานให้จนไม่ได้ทำงานตัวเอง
ฉันบ่นๆ ว่ามันไม่ถูกต้อง ทำไมไม่ให้เค้าทำเอง
คนเป็นหัวหน้าต้องเป็นที่พึ่งของลูกน้องได้ ต้องเก่งจริง
และมีความสามารถจริง ไม่ใช่อะไรก็พึ่งลูกน้อง

ฉันไม่ชอบเอามากๆ กับคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตแต่ทำงานไม่เป็น
ส่วนคนอีกประเภทก็อย่างที่เธอรำคาญอยู่ทุกวันนี้
คนที่ดีแต่เมาท์เสียงดังรบกวนคนอื่นเวลาทำงาน
ไม่รู้ว่าจะจ้างมาคุยกันหรือยังไง -"-
แล้วก็พวกหน้าไหว้หลังหลอก จะพูดดีก็ต่อเมื่อต้องการความช่วยเหลือ
เธอบอกว่าคนประเภทนี้มีอยู่เยอะแยะในที่ทำงานเธอ

ดีที่ตั้งแต่ฉันเริ่มชีวิตการทำงานมาจนถึงทุกวันนี้
เรียกได้ว่าฉันไม่ต้องนั่งทำงานรวมกลุ่มกับใคร
ฉันเป็นเลขา md มี md เป็นนายใหญ่ ผู้ช่วย md เป็นนายรอง
แม้จะมีหน้าที่ช่วยงาน manager ทุกคนในบริษัท (ถ้าขอให้ช่วย)
แต่ฉันก็ไม่ต้องไปสุงสิงจับกลุ่มกับคนอื่นๆ
ถ้าเป็นเรื่องงาน ฉันไม่เกี่ยง แต่ถ้าในชีวิตส่วนตัวแล้ว
ฉันขออยู่เงียบๆ คนเดียวอย่างที่เป็นอยู่นี้ดีกว่า

เพราะฉันเบื่อคนประเภทที่เธอเจออยู่
ยังบอกเธอเลยว่าถ้าฉันเป็นเธอ ฉันอาจเป็นประสาทมากกว่า
มันน่าเบื่อไง..น่ารำคาญด้วยแหล่ะ
เธอเลยบอกว่าเพราะเจออย่างนี้ในที่ทำงานไง
เลิกงานแล้วถึงไม่อยากเจอเรื่องเครียดให้ปวดหัวอีก
อืมม..ฉันเข้าใจ ไม่ได้อยากให้เธอเครียดหรอกนะ

คุยเรื่องงานจบก็มาวิเคราะห์พฤติกรรมบางอย่างกัน
เราค่อนข้างเห็นตรงกันว่า..การที่ใครสักคนจะทำอะไรสักอย่าง
ย่อมมีสาเหตุหลายอย่าง ทั้งสภาพแวดล้อม ครอบครัว
วุฒิภาวะทางอารมณ์ และการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง
โดยเฉพาะถ้าสิ่งที่กระทำจะส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ในภายหลัง
ฉันเชื่อว่าต้องผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วนพอสมควร
ฉะนั้น เราคงตัดสินใจไม่ได้ว่าถูกหรือผิด หรือว่าเกิดจากอะไร
เพราะเราไม่มีทางรู้สิ่งที่เป็นสาเหตุจริงๆ เหล่านั้นได้

อ่านะ..คุยเรื่องเครียดไปหรือเปล่า
แต่ไม่หรอก เราคุยกันจริงจังก็จริง แต่ไม่เครียดนะ

อ้อ เธอถามฉันด้วยว่า..
ถ้าเราสองคนอายุสี่สิบ มีลูกโตแล้ว
แล้ววันนึง ฉันเกิดจับได้ว่าเธอไปเที่ยวอาบอบนวด
เธอถามว่าฉันจะทำยังไง ให้ลองจินตนาการดู

ฟังคำถามแล้วฉันก็ตอบเธอทันทีว่าฉันบอกไม่ได้
เพราะว่าฉันไม่รู้ว่าตอนที่อายุขนาดนั้น เราจะเป็นยังไง
ฉันคงให้ความสำคัญเรื่องลูก เรื่องงาน เรื่องเงินมากกว่า
เรื่องตามหึงหวงเธออาจน้อยลง หรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุด
(ในความหมายของฉัน..ไม่ใช่ว่าฉันจะยอมได้หรือใจกว้าง
เพียงแต่ถ้าเราอายุมากเท่านั้นแล้ว ความคิดบางอย่างอาจเปลี่ยนไป)

เธอฟังแล้วบอกว่า..ได้ฟังคำตอบแล้วเธอโอเค
เพราะว่าถ้ามีคนมาบอกฉันว่าเห็นเธอไปเที่ยวอย่างนั้น
แล้วเธอกลับบ้านมาเจอฉันปรี๊ดใส่โดยไม่ฟังความก่อน
เธอก็คงจะรับไม่ได้ เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นอะไรแบบนั้น

อ้อ..แต่เธอก็บอกว่าที่ถามไม่ได้แปลว่าเธอจะไปเที่ยวหรอกนะ
รู้น่า..ฉันรู้ว่าเธอคงไม่ทำแน่ ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ
เพราะในวัยเด็ก เราสองคนเคยเห็นเหตุการณ์เหล่านี้มาแล้ว
และก็รู้ดีว่ามันเจ็บปวดและเป็นความทรงจำที่เลวร้ายแค่ไหน
ซึ่งเราก็เคยคุยกันตั้งแต่คบกันใหม่ๆ แล้วว่า..
ครอบครัวที่เราจะร่วมสร้างในอนาคตจะไม่ซ้ำรอยเดิม

ฉันเลยสรุปว่า..ก็แค่พ่อแม่ไม่สร้างปัญหาให้ลูก
มันก็แค่นั้น จะไปมีเรื่องอะไร

เรื่องนี้จบไป เราก็คุยกันต่อเรื่องข่าวที่กำลังอยู่ในความสนใจ
จนเลยมาถึงสื่อ (ประเด็นที่เคยคุยกันแล้ว) และเห็นพ้องกันว่า
รายการเล่าข่าวยุคที่กำลังเฟื่อง ยิ่งเสพยิ่งไม่ได้อะไร
โดยเฉพาะบางรายการที่มีผู้ดำเนินรายการคู่เป็นผู้หญิง
นับวันฟังแล้วยิ่งรำคาญ บางวันฉันถึงกับบ่นคนเดียวในรถ
บางวันก็ตัดปัญหาด้วยการฟังเพลงแทน สบายหูกว่า
จริงๆ ที่ฟังก็เพราะอยากได้ข่าวสารอะไรตอนเช้าๆ บ้าง
อย่างน้อยระหว่างขับรถก็จะได้ไม่เสียเวลาเปล่า
แต่ยิ่งฟัง ยิ่งรู้สึกว่า "มันอะไรกันเนี่ย"
คือว่าเสียอารมณ์และน่ารำคาญใจเป็นอย่างยิ่ง

แอบเอาความคิดเห็นที่เธอ post ไว้ในเวปหนังสือพิมพ์นึงมาลง
เธอว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขียน ฉันเลยต้องเก็บไว้เป็นที่ระลึกหน่อย
พาดพิงถึงใครก็ใช้วิจารณญาณกันเอาเอง

^^""

คนขี้เบื่อ

ผมติดตามรายการเล่าข่าวช่วงเช้ามานานตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ระบบมนุษย์เงินเดือน เมื่อก่อนผมตามรายการ ก๊วนกวนข่าว ผมยอมรับว่าพิธีกรทั้ง 4 มีมุมมองที่เป็นกลางกล้าแสดงความคิดเห็น ทั้ง4คนคือ 1.สรยุทธ 2.กนก 3.โสภณ ( บก.ฝ่ายต่างประเทศ เนชั่น ) 4.กฤษณะ พอหลังจากเนชั่นมีปัญหาเรื่องสัญญา กับ UBC ก๊วนแตกครับแต่ละคนก็กระจัดกระจายไปจนมาถึงรายการข่าว(เล่านิทาน)ทางช่อง3 ซึ่งแรกๆก็พอรับได้สมัยพิธีกรคือ สู่ขวัญ ล่วงมาถึง มีสุข(หรือเปล่า)ก็พอถูไถหลังจากนั้นก็แยกตัวไปรวมแก๊งส์สาวๆปากกล้า ต่อมาจึงได้ อรปรียา มาดำเนินรายการร่วมปรากฏว่าเละตุ้มเป๊ะ เลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตามน้ำอย่างเดียว (คะ ค่ะ คะ คะ คะ คะ ค่ะ ค่ะ คะ.............อืม.....เหรอคะ..........อืม คะ...ใช่คะ อืม.... คะ ค่ะ ใช่คะ อ๋อ อืม............ฯลฯ ค่ะ. ) ผมบอกตรงๆว่า ถ้ามือไม่ถึงควรหาคนที่มือถึงๆมาทำ ยิ่งช่วงกีฬา เธอไม่รู้เรื่องเลยอย่างน้อยก็ควรสงวนท่าที(ที่จริงควรกลับไปได้แล้ว) ก็พยายามจะมีส่วนร่วม อืม คะ นักเตะคนนี้หล่อคะ อ๋อพี่ชายดิชั้นเอง บัลลัค อืม ตัวดำไม่หล่อ ฝาแฝดคุณเอกราช อุ้ยหล่อ เธอเหมาะกับรายการวาไรตี้ดาราน้ำเน่ามากกว่า รวมทั้งพิธีกรตัวเอกของรายการก็ไปใหญ่แล้วศรัทธาที่ผ่านมาหมดแล้ว ทุกวันนี้ไม่เคยเปิดไปดูเลยเดี๋ยวมาทำงานหงุดหงิดเปล่าๆ ปล.เอกราชผมยังตามงานของคุณอยู่อย่างน้อย team talk ยังโอเคนะไม่น้ำเน่าไม่อยากจะอ๊วก.......เซ็ง...ประเทศไทย.....
(13 กันยายน 2548เวลา11:58:52)

ฉันไม่ยอมแพ้เลย post ต่อเธอสั้นๆ ว่า...

คนขี้เบื่ออีกคน

เห็นด้วยกับผู้ประกาศที่ตอนนี้กลายเป็น presenter ไปแล้ว แต่เป็น presenter ที่หาสาระไม่ได้และไม่น่าติดตามแม้แต่น้อย น่ารำคาญมากกว่า คนติดตามข่าวสารได้รับอะไรจากการฟังข่าวเล่าตอนเช้าๆ บ้าง อ่านหนังสือพิมพ์เองก็คงได้
(15 กันยายน 2548เวลา11:47:50)


คุยไปคุยมาก็จะเที่ยงคืนอีกแล้ว เธอดูเวลาแล้วบอกให้ฉันไปนอน
ก่อนวางสาย เธอบอกว่าอีกหน่อยมีลูกต้องคุยกับลูกแบบนี้
ลูกถึงจะมีมุมมองที่สามารถเอาไปใช้ดำเนินชีวิตในสังคม
ไม่ใช่มานั่งหวานแหวว ฉันรักเธอ ที่รัก งั้นงี้
นี่แหล่ะคือที่มาที่เธอไม่ชอบให้ฉันเรียกเธอว่า "ที่รัก"
เธอบอกว่ารั่ว..ตอนนี้โอ๊กที่แข็งแกร่งคนเดิมกลับมาแล้ว
อ่ะนะ..ก็ที่ผ่านมา ตอนเธอมารักฉัน เธอรั่วของเธอเองนะ
ฮาๆๆๆๆ

ส่วนเช้านี้ ฉันตื่นตั้งแต่ตีห้าเพราะฝันร้าย
ตื่นมาแล้วจะนอนต่อก็ไม่ค่อยจะหลับเท่าไหร่
อีกแป๊ปก็ได้เวลาตื่นเพราะวันนี้จะออกจากบ้านเร็วหน่อย
ปรากฏว่าออกมาหกโมงสิบห้า มาถึง office เจ็ดโมงสิบสามนาที
แต่ก็ถือว่าโอเค เพราะมีเพื่อนบางคนมาสายเนื่องจากชะล่าใจ
คิดว่าวันนี้รถไม่น่าติด ที่ไหนได้มาสายกว่าเมื่อวานอีก

บ่ายๆ นั่งทำงานอย่างง่วง อากาศก็ชวนให้สะลึมสะลืมมาก
ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้คุยกันเลยหลังโทรปลุก
แต่เมื่อวานจนถึงเมื่อคืนคุยกันเยอะและหลายรอบมาก
วันนี้เลยไม่ได้โทรหาบ่อยๆ หมดเรื่องคุย
^^"""

แต่ทำงานแบบเรื่อยเปื่อยอย่างนี้ก็เหงานะ
ง่วงนอน อยากนอนมากๆ ตาจะปิดแล้วเนี่ย
เมื่อไหร่จะได้กลับบ้านน้อ...


ไดอารี่วันนี้ยาวๆ แค่อยากบันทึกเก็บไว้เท่านั้น



Comment

Comment:

Tweet


ได้ค่ะ จัดให้
#18 by pimtawan* At 2005-09-16 13:42,
โอ๊กไปเมนต์เวปไรอ่ะ ขอลิ้งอ่านมั่งดิ
#17 by เก่ง (61.91.182.253) At 2005-09-16 12:56,
หวานแหววอีกคู่หนึ่งแล้วนะเนี้ย อ่านแล้วแอบตาร้อนหน่อย

อยากมีโอกาสแบบนี้บ้างจัง แต่ชีวิตนี้ไม่รู้จะมีกับเค้าหรือเปล่า

ส่วนรายการข่าว ผมว่าผมก็ดูได้นะ ได้สาระหน่อยๆ อย่าไปถือสาเค้าเลยครับ
#16 by * ~ หัวใจเดินทาง ~ * At 2005-09-16 12:41,
อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ ที่คนรักกันคุยกันแบบนี้
คุยกันเยอะเท่าไหร่ มันก็ให้เข้าใจกันมากเท่านั้น
เอ๋เห็นคุ่รักหลาย ๆ คู่ มีปัญหาอะไรก็ไม่คุยกัน
คอยแต่มาพูดให้คนรอบข้างรับฟัง
แล้วจะไปเข้าใจกันได้ยังไง เน๊อะ
#15 by pka At 2005-09-16 11:58,
ดีออกนะ เป็นแฟนที่ไม่ต้องมาคุยเรื่องความรักกันทุกวัน อย่างนี้เหมือนมีเพื่อนคุยด้วยกันถูกคอ..ที่จะคุยเรื่องอะไรก็ได้ดีนะ ที่คุยมีสาระก็ได้ ไร้สาระก็ได้ สรุปว่าคุยกันได้ทุกเรื่องดีที่สุด

:)
#14 by Neverland At 2005-09-16 10:57,
ตามมาจาก Blog ของเบสจ้า แนะนำตัวนิดนึง ชื่อเอ๋นะคะ

ว้าว ๆ ๆๆๆ เพลงเพราะ ๆ ทั้งนั้นเลยน๊า
#13 by pka At 2005-09-16 10:34,
คุณพิมตะวันคะ

ถูกต้องหมดเลยค่ะ พี่แรมรอนกะ marsh ค่ะ คุยกันทางเอ็มเอสเอ็น
รู้สึกว่าสองคนนี้ยังไม่ได้เขียนไดอารีใหม่นะคะ
#12 by WillowTree At 2005-09-16 10:25,
ดีใจที่คุณตามหาฉันเจอค่ะ
ขอบคุณนะคะ
#11 by Little Tomato At 2005-09-16 10:03,
เรื่องงาน ถ้าเจอหัวหน้าอย่างนั้นเครียดตายเลยอะคุณเจี๊ยบ...
ม้าลายว่า พวกข้าราชการมักเป็นอย่างนี้ คนได้เป็นใหญ่ไม่ใช่เพราะเก่ง แต่เพราะมีเส้น ถ้าไม่มีเส้นอย่างหวังเป็นใหญ่เลย (ม้าลายเคยมีแฟนเป็นข้าราชการเขาบอกอย่างนั้นด้วย...)
ส่วนเจ้านายม้าลายเป็นเจ้านายที่ดี เป็นที่พึ่งของลูกน้อง ตอนนี้ยังคิดอยู่เลย ว่าถ้าเค้าเกษียณไปแล้วจะทำยังไง เพราะว่าเค้าก็ 50 กว่าแล้วด้วย...T_T
แต่อย่างว่าต่างคน ต่างความคิด นานาจิตตังแต่ขอแค่ยึดมั่นความคิดตัวเองไว้และอย่าอ่อนไหวไปกับคำคนอื่นเป้นดีล่ะค่ะฉันว่า
ดูคุณ 2 คนพูดเรื่องอนาคตกันแล้วฟังดูน่ารักดีค่ะแม้ว่าเรื่องที่คุยอาจจะเครียดนิดๆๆแต่ฉันว่าคุณก็รุ้สึกว่ามันน่ารักดีนะค่ะ
คิสส**
#9 by BlacKCofFee* At 2005-09-15 23:37,
จริงๆ แล้วต้องบอกว่ารถติดทุกว้นค่า ติดน้อยติดมากว่ากันไป แต่วันนี้เราจะเสียเวลาบนรถมากกันเนอะ
#8 by หนูนิด (221.128.98.207) At 2005-09-15 22:14,
มองไปไกลถึงมีลูกแล้วนะ
#7 by agaligo At 2005-09-15 18:52,
ยิ่งรายการข่าวตลอดวันนะ คนอ่านข่าวมานั่งเจ๊าะแจ๊ะ หัวเราะต่อกระซิก ทำท่าร่าเริง เป็นอะไรกันไปหมด มันมากไปนะ
#6 by irishcoffee At 2005-09-15 18:11,
Ohoooo วันนี้คุยกันเครียดจริงๆด้วย : )
#5 by ToM At 2005-09-15 17:55,
คุยกันแอบเครียดนิดนึงนะคะ .. แต่ก้อนั่งอ่านที่คุยกันจนจบ ^^ แฮ่ๆ




มิ้นท์เรียกพี่หยีว่า "ที่รัก" .. จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว (แต่ก้อไม่อยากเรียกให้ติด กลัวติดไปเรียกตอนอยู่ในออฟฟิสล่ะแย่เลย ><)


ปล. วันนี้ตอนเช้ารถไม่ติดล่ะ .. แต่เย็นนี้สิ เฮ้อ ไม่อยากคิด
#4 by :: Secret Blog :: At 2005-09-15 16:20,
วันนี้ทำไมเงียบๆ แฮะ
#3 by pimtawan* At 2005-09-15 16:09,
เห็นด้วยครับ ว่าอรปรียา หัวอ่อนไป

แต่ก็ยังชอบสรยุทธ อยู่ดีคับ
#2 by เฮียมาโอะ At 2005-09-15 12:56,
เวลาที่โอ๋มีคนรักโอ๋ก็ชอบบันทึกทุกอย่างเก็บไว้ เผื่อวันข้างหน้าไม่ได้เจอกันเอากลับมาอ่านก็ทำให้คิดถึงคนที่เรารักได้คะ

#1 by AoJO~* At 2005-09-15 12:55,